บาคาร่าออนไลน์ เล่นง่าย ได้เงินจริง สนุกทุกตา
บาคาร่าเป็นเกมไพ่ที่คนส่วนใหญ่เชื่อว่าต้องใช้ทักษะสูง แต่ความจริงแล้วเป็นเกมที่มี กฎกติกาเรียบง่ายที่สุด โดยผู้เล่นแค่เลือกเดิมพันระหว่างฝั่งผู้เล่น ฝั่งเจ้ามือ หรือเสมอ เพียงเท่านี้ก็ร่วมสนุกได้ทันที จุดเด่นของบาคาร่าคืออัตราการได้เปรียบของเจ้ามือต่ำที่สุดเกมหนึ่ง ทำให้ผู้เล่นมีโอกาสทำกำไรในระยะยาวได้ดีกว่าเกมอื่น ตัวเกมดำเนินไปอย่างรวดเร็วด้วยการแจกไพ่สองฝั่งแล้ววัดผลว่าแต้มไหนใกล้ 9 มากที่สุด โดยไม่ต้องตัดสินใจอะไรเพิ่มเติม
ทำความรู้จักเกมไพ่ยอดนิยม วิธีการเล่นและโครงสร้างพื้นฐาน
การทำความรู้จักบาคาร่าเริ่มจากโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ไพ่ 8 สำรับ แต่ละมือมีกติกาตายตัว: ผู้เล่นและเจ้ามือได้รับไพ่คนละ 2-3 ใบ เป้าหมายคือผลรวมแต้มใกล้เคียง 9 มากที่สุด โดยไพ่ 10 และหน้าไพ่มีค่า 0. คุณควรรู้จักการแจกไพ่ใบที่สามซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของเกม ตัวอย่างคำถามสั้นๆ: ถ้าไพ่สองใบแรกของฝ่ายผู้เล่นรวมกันได้ 4 เจ้ามือจะทำอย่างไร? ผู้เล่นจั่วเพิ่มหนึ่งใบไม่ว่าเจ้ามือมีแต้มเท่าไหร่ เว้นแต่เจ้ามือได้ 8 หรือ 9 แต้มแล้วเกมจะยุติทันที วิธีเล่นง่ายเพียงเลือกเดิมพันว่าฝ่ายใดจะชนะหรือเสมอ หากเปรียบเทียบกับไพ่ป๊อกเด้ง บาคาร่าใช้กติกาแน่นอนไม่ต้องใช้ดุลพินิจส่วนตัว จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเกมที่รวดเร็วและเข้าใจง่าย
รูปแบบการแจกไพ่และกติกาการนับแต้มที่ต้องรู้
ในบาคาร่า ระบบการแจกไพ่เริ่มต้นด้วยการแจกไพ่สองใบให้ฝั่งผู้เล่นและเจ้ามือ โดยไพ่ใบแรกและสามเป็นของฝั่งผู้เล่น ส่วนไพ่ใบที่สองและสี่เป็นของฝั่งเจ้ามือ การนับแต้มจะนับเฉพาะเลขบนหน้าไพ่ โดยไพ่ 10 และหน้าไพ่ (J, Q, K) มีค่าเป็น 0 ส่วนไพ่ A มีค่า 1 แต้ม และไพ่ 2-9 มีค่าตามตัวเลข หากผลรวมเกิน 9 จะใช้เฉพาะหลักหน่วยเท่านั้น เช่น 8+7=15 คิดเป็น 5 แต้ม กฎการเรียกไพ่ใบที่สามจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติตามเงื่อนไขที่ตายตัวของแต่ละฝั่ง โดยไม่มีตัวเลือกให้ผู้เล่นตัดสินใจเอง
- การนับแต้มบาคาร่าใช้หลักหน่วยเท่านั้น ไม่ใช่ผลรวมทั้งหมด
- ไพ่ 10, J, Q, K มีค่าเป็น 0 เสมอ ส่วน A มีค่า 1 แต้ม
- ฝั่งผู้เล่นจะได้ไพ่ใบที่สามเมื่อแต้มรวม 0-5 และอยู่เมื่อแต้ม 6-7
- กฎการเรียกไพ่ของเจ้ามือซับซ้อนกว่า โดยขึ้นอยู่กับแต้มผู้เล่นและไพ่ใบที่สามที่ถูกเรียก
ตัวเลือกการเดิมพันหลัก: ผู้เล่น เจ้ามือ และเสมอ ต่างกันอย่างไร
ในบาคาร่า ตัวเลือกการเดิมพันหลัก แบ่งเป็นสามแบบที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การเดิมพัน “ผู้เล่น” จะให้ผลตอบแทน 1:1 เมื่อแต้มของฝ่ายผู้เล่นใกล้เคียง 9 มากกว่าฝ่ายเจ้ามือ ส่วนการเดิมพัน “เจ้ามือ” ก็ให้ผลตอบแทน 1:1 เช่นกัน แต่ถูกหักค่าคอมมิชชัน 5% เนื่องจากโอกาสชนะทางสถิติสูงกว่าเล็กน้อย สำหรับการเดิมพัน “เสมอ” จะจ่ายสูงถึง 8:1 หรือ 9:1 แต่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก โดยทั้งสามตัวเลือกมีลำดับความเสี่ยงและผลตอบแทนต่างกันดังนี้:
- เดิมพันเจ้ามือ: โอกาสชนะสูงสุด, จ่ายน้อยกว่า (หักค่าคอม)
- เดิมพันผู้เล่น: โอกาสชนะรองลงมา, จ่ายเต็ม 1:1
- เดิมพันเสมอ: โอกาสชนะต่ำสุด, จ่ายสูงถึง 8:1
ข้อดีของการเลือกเล่นบาคาร่าออนไลน์เหนือโต๊ะจริง
ย้อนกลับไปตอนที่ผมเริ่มเล่นบาคาร่าใหม่ๆ ผมชอบไปโต๊ะจริงเพราะชอบบรรยากาศ แต่เดี๋ยวนี้ผมเปลี่ยนมาเล่นออนไลน์เพราะข้อดีที่จับต้องได้จริง ไม่ต้องเสียเวลานั่งรถฝ่ารถติดไปคาสิโน แค่เปิดมือถือก็เล่นได้ทุกที่ทุกเวลา ข้อดีสำคัญคือความเร็วของเกมที่เร็วกว่าโต๊ะจริงมาก ผมไม่ต้องรอดีลเลอร์สับไพ่หรือรอผู้เล่นคนอื่นตัดสินใจ แถมยังมีข้อมูลสถิติย้อนหลังให้ดูแบบเรียลไทม์ช่วยตัดสินใจ ที่สำคัญเล่นออนไลน์ผมสามารถวางเดิมพันขั้นต่ำที่ต่ำกว่าโต๊ะจริงได้เยอะ คำถาม: “แล้วข้อดีที่แตกต่างชัดที่สุดระหว่างเล่นออนไลน์กับโต๊ะจริงคืออะไร?” คำตอบ: ผมว่าเป็นเรื่องส่วนตัวและสภาพจิตใจ—เวลาเล่นออนไลน์ผมไม่ถูกกดดันจากสายตาคนนั่งข้างหรือดีลเลอร์ ทำให้มีสมาธิกับการอ่านเค้าไพ่มากกว่าได้เปรียบที่แท้จริงนั่นเอง
ความสะดวกในการเข้าถึงและความรวดเร็วของแต่ละรอบ
จุดเด่นชัดเจนของบาคาร่าออนไลน์คือ ความรวดเร็วของแต่ละรอบ ที่เหนือกว่าโต๊ะจริงอย่างเห็นได้ชัด คุณไม่ต้องรอดีลเลอร์สับไพ่หรือรอผู้เล่นคนอื่นตัดสินใจ เพียงคลิกเดียวก็เข้าสู่รอบใหม่ได้ทันที การเข้าถึงก็สะดวกสุดขีด เล่นเมื่อไหร่ก็ได้จากมือถือหรือคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องเดินทางไปถึงคาสิโน
| โต๊ะจริง | รอบละ 40–60 วินาที | ต้องรอดีลเลอร์และผู้เล่นอื่น |
| ออนไลน์ | รอบละ 15–25 วินาที | คลิกปุ่มเดียวเข้ารอบถัดไปทันที |
ฟังก์ชันช่วยเล่นและสถิติย้อนหลังที่ช่วยตัดสินใจ
ฟังก์ชันช่วยเล่นอย่างระบบ Auto Bet และ AI แนะนำ ช่วยให้คุณวางเดิมพันตามสูตรได้อัตโนมัติโดยไม่พลาดจังหวะ ส่วน สถิติย้อนหลังแบบเจาะลึก ที่แสดงผลในรูปแบบกราฟและตาราง ช่วยให้คุณวิเคราะห์แนวโน้มของเกมบาคาร่าได้แม่นยำยิ่งขึ้น การดูประวัติไพ่ย้อนหลัง 30-50 ตา ทำให้เห็นรูปแบบการออกของเค้าไพ่ เช่น ปิงปอง หรือ มังกร ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจเดินเกมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เคล็ดลับการอ่านเค้าไพ่และแนวโน้มผลลัพธ์
การอ่านเค้าไพ่บาคาร่าเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนเพื่อจับแนวโน้มผลลัพธ์ เช่น เค้าไพ่มังกรและปิงปองบ่งชี้ถึงรูปแบบซ้ำหรือสลับที่ชัดเจน ซึ่งช่วยให้คุณวางเดิมพันตามจังหวะที่เหมาะสม การจดจำรูปแบบเสือมังกรและไพ่ยาวไพ่สั้นจะเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์ เคล็ดลับสำคัญคือการสังเกตการออกของไพ่ย้อนหลังอย่างน้อย 10-15 ตา เพื่อยืนยันแนวโน้มก่อนตัดสินใจ การรู้จักหยุดเมื่อรูปแบบเปลี่ยนกะทันหันคือหัวใจของการบริหารความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ควรตระหนักว่าไม่มีรูปแบบใดรับประกันผลลัพธ์ 100% แต่การตีความอย่างมีวินัยช่วยลดการเดาสุ่ม
รู้จักเค้าไพ่มังกร ปิงปอง และลูกคลื่นเพื่อคาดเดาทิศทาง
การอ่านเค้าไพ่เป็นหัวใจสำคัญในการคาดเดาทิศทางของเกม โดยเฉพาะ เค้าไพ่มังกร ปิงปอง และลูกคลื่น ซึ่งเป็นรูปแบบที่นักพนันมืออาชีพใช้วิเคราะห์ผลลัพธ์บาคาร่า เค้าไพ่มังกรคือการออกฝั่งเดียวกันติดต่อกันหลายตา เช่น เจ้ามือชนะซ้ำๆ คุณควรแทงตามจนกว่าเกมจะเปลี่ยน ส่วนเค้าไพ่ปิงปองคือการสลับผลระหว่างฝั่งผู้เล่นและเจ้ามือแบบสั้นสลับกันไปมา ให้คุณแทงสวนในตาต่อไปได้ทันที ขณะที่เค้าไพ่ลูกคลื่นคือการออกที่คล้ายคลื่นยาวและสั้นผสมกัน ต้องสังเกตจังหวะที่ชัดเจนเพื่อหาจุดเข้าแทง
- เค้าไพ่มังกร : แทงตามฝั่งเดิมจนกว่าพัง
- เค้าไพ่ปิงปอง : แทงสวนผลก่อนหน้าทันที
- เค้าไพ่ลูกคลื่น : รอจังหวะที่รูปแบบชัดเจนแล้วเข้าทำกำไร
การใช้สถิติประกอบการวางเดิมพันอย่างมีสติ
การนำสถิติมาใช้ช่วยให้การวางเดิมพันในบาคาร่ามีทิศทาง โดยไม่ใช่การเดาสุ่ม ควรจดบันทึกผลลัพธ์ย้อนหลัง เช่น จำนวนครั้งที่ออก Player หรือ Banker เพื่อหาแนวโน้ม แต่ต้องตระหนักว่า สถิติในอดีตไม่รับประกันผลลัพธ์อนาคต การตีความควรเชื่อมโยงกับ เค้าไพ่ ที่กำลังแสดง เช่น หากออกสลับกันบ่อย อาจเน้นเดิมพันสลับฝั่ง แต่หากออกซ้ำติดต่อกันหลายตา ควรหลีกเลี่ยงการสวนกระแส
- บันทึกผลลัพธ์ทุกตาเพื่อดูรอบซ้ำ
- เปรียบเทียบสถิติกับเค้าไพ่ปัจจุบัน
- กำหนดจุดหยุดเมื่อสถิติเริ่มเบี่ยงเบน
การใช้สถิติอย่างมีสติคือการควบคุมอารมณ์ ไม่ไล่ตามตัวเลขที่ขาดความชัดเจน ทุกการเดิมพันต้องอิงข้อมูลที่วัดผลได้ ไม่ใช่ความรู้สึกล้วนๆ
วิธีเลือกห้องและโต๊ะให้เหมาะกับสไตล์การเล่นของคุณ
การเลือกห้องและโต๊ะบาคาร่าให้เหมาะกับสไตล์การเล่นของคุณ ควรเริ่มจากดูขีดจำกัดเดิมพันก่อน หากคุณชอบเล่นแบบรวดเร็วและเน้นความสนุก เลือกโต๊ะที่มีเดิมพันต่ำและรอบไว แต่ถ้าคุณเป็นนักวิเคราะห์ที่ชอบรอจังหวะ ให้เลือกโต๊ะที่มีเวลาเดิมพันนานกว่าและมีตัวเลือกข้างเคียง เช่น เสมอหรือคู่ เพื่อเพิ่มมิติในการเล่น จับคู่ความถนัดกับบรรยากาศห้อง เช่น ห้องปกติสำหรับสายดุดัน หรือห้องวีไอพีสำหรับสายเน้นเซียนที่ชอบควบคุมการออกไพ่ อย่าลืมสังเกตประวัติการออกไพ่ของโต๊ะนั้นๆ บนจอสถิติก่อนลงมือ เพราะจะช่วยให้คุณเห็นแนวโน้มที่ตรงกับสไตล์การแทงของคุณได้ดีขึ้น
ถาม-ตอบสั้นๆ: วิธีเลือกห้องและโต๊ะให้เหมาะกับสไตล์การเล่นของคุณที่ดีที่สุดสำหรับบาคาร่าคืออะไร? ตอบ: ให้ดู “อัตราการออกไพ่ฝั่งเจ้ามือ-ผู้เล่น” บาคาร่า ในโต๊ะนั้น ถ้าคุณชอบเดินตามผล ให้เลือกโต๊ะที่ออกไพ่เป็นแพทเทิร์นชัดเจน เพื่อเพิ่มโอกาสทำกำไรตามสไตล์ของคุณ
เปรียบเทียบอัตราจ่ายและค่าคอมมิชชันของแต่ละโต๊ะ
การเลือกโต๊ะบาคาร่าที่เหมาะสมกับสไตล์คุณต้องเปรียบเทียบอัตราจ่ายและค่าคอมมิชชันอย่างละเอียด โต๊ะมาตรฐานทั่วไปมีอัตราจ่าย 1:1 สำหรับผู้เล่นและเจ้ามือ แต่หักค่าคอมมิชชัน 5% เมื่อเดิมพันฝั่งเจ้ามือชนะ ขณะที่โต๊ะบาคาร่าแบบไม่หักค่าคอมให้อัตราจ่ายเดิมพันเจ้ามือแบบเต็มจำนวน แต่ชดเชยด้วยอัตราจ่ายที่ต่ำลงเมื่อเดิมพันฝั่งผู้เล่น เช่น จ่ายเพียง 0.95:1 หรือปรับลดอัตราเสมอเพื่อรักษา Edge ของคาสิโน เลือกโต๊ะลดค่าคอมหากคุณเดิมพันเจ้ามือบ่อย ส่วนโต๊ะมาตรฐานเหมาะกับการเล่นที่เน้นอัตราจ่ายปกติและรับส่วนต่างค่าคอมได้
| ประเภทโต๊ะ | อัตราจ่ายเจ้ามือ | ค่าคอมมิชชัน |
|---|---|---|
| โต๊ะมาตรฐาน | 1:1 | หัก 5% |
| โต๊ะไม่หักค่าคอม | 1:1* | 0% |
ขนาดเดิมพันขั้นต่ำและสูงสุดที่สอดคล้องกับงบประมาณ
การเลือกห้องบาคาร่าที่เหมาะสมเริ่มต้นที่การดูขนาดเดิมพันขั้นต่ำและสูงสุดให้สอดคล้องกับงบประมาณที่คุณมีอยู่จริง ถ้าทุนน้อยก็ควรยึดโต๊ะที่มีเดิมพันต่ำเพื่อยืดเวลาเล่น ไม่ต้องกดดันตัวเอง ถ้าทุนหนาก็เลือกโต๊ะสูงเพื่อลุ้นกำไรใหญ่ การจัดวินัยตามจุดนี้ช่วยป้องกันการสูญเสียเกินตัวโดยไม่รู้ตัว อย่าลืมเช็กให้แน่ใจว่าขีดจำกัดทั้งสองด้านรองรับสไตล์การเล่นของคุณพอดี
สรุปง่ายๆ: เลือกขนาดเดิมพันที่พอดีกับงบประมาณของคุณ—ต่ำเกินไปก็เบื่อ สูงเกินไปก็เสี่ยง—เพื่อการเล่นบาคาร่าที่สนุกและควบคุมได้
เทคนิคการบริหารเงินสำหรับผู้เล่นทุกระดับ
เทคนิคการบริหารเงินสำหรับผู้เล่นทุกระดับในบาคาร่าควรเริ่มจากการกำหนดวงเงินที่ชัดเจนก่อนเล่น เช่น แบ่งเงินเป็น 10 หน่วยต่อเซสชัน และไม่เพิ่มเงินเดิมพันเมื่อเสียติดต่อกันเกิน 2 ครั้ง การตั้งเป้าหมายกำไรที่ 20% ของทุนและหยุดทันทีเมื่อถึงจะช่วยรักษาผลลัพธ์ เทคนิคสำคัญคือการเลือกเดิมพันฝั่งเจ้ามือหรือผู้เล่นแบบคงที่ ไม่ใช้ระบบเพิ่มเงินแบบมาร์ติงเกลเพราะเสี่ยงหมดตัวเร็ว คำถาม: “ควรบริหารเงินอย่างไรหากเดิมพันติดต่อกัน 5 ครั้งแพ้?” คำตอบ: “หยุดเล่นทันที กลับมาทบทวนแผนและลดขนาดเดิมพันลงอีกครึ่งหนึ่งในเซสชันถัดไป” การมีวินัยในการหยุดตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้ล่วงหน้าเป็นหัวใจของการเงินที่ยั่งยืนในเกมนี้
การกำหนดวงเงินและหยุดเล่นเมื่อถึงเป้าหมาย
การกำหนดวงเงินและหยุดเล่นเมื่อถึงเป้าหมายคือหัวใจของ การบริหารเงินบาคาร่า เพื่อป้องกันการเสียเกินตัว ตั้งวงเงินขาดทุนสูงสุดในแต่ละครั้งก่อนเริ่มเดิมพัน เช่น ถ้าเสียถึง 500 บาทให้หยุดทันที พร้อมกันนั้นให้กำหนดเป้าหมายกำไรเช่น 300 บาท เมื่อถึงให้หยุดเล่นทันทีโดยไม่ต่อคิวเพื่อล้างตา สิ่งนี้ช่วยให้คุณรักษากำไรและจำกัดความเสียหายโดยอัตโนมัติ
- กำหนดวงเงินขาดทุนต่อวันก่อนเริ่มเล่น เช่น 1,000 บาท
- ตั้งเป้าหมายกำไรต่อรอบ เช่น 500 บาท แล้วหยุดเมื่อถึง
- ใช้เทคนิค “หยุดเล่น” ทันทีเมื่อถึงเป้าหมาย ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ
กลยุทธ์เดินเงินแบบง่าย ไม่ซับซ้อนสำหรับมือใหม่
สำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มต้นบาคาร่าอย่างมั่นใจ กลยุทธ์เดินเงินแบบง่าย ที่ไม่ซับซ้อนคือการใช้สูตรเดินเงินคงที่ กำหนดยอดเดิมพันเท่ากันทุกตา เช่น 50 หรือ 100 บาท ไม่เพิ่มตามอารมณ์เมื่อชนะหรือเสีย วิธีนี้ช่วยควบคุมความเสี่ยงและป้องกันการหมดตัวเร็ว คุณสามารถตั้งงบประมาณรายวันไว้ล่วงหน้า แล้วเล่นจนกว่าจะถึงขีดจำกัดนั้น
| กลยุทธ์ | ข้อดี | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| เดินเงินคงที่ | ควบคุมง่าย ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน | กำไรช้า แต่ปลอดภัย |
| เดินเงิน 1-3-2-6 | สร้างผลตอบแทนดีในรอบที่ชนะต่อเนื่อง | หากเสียในตาที่ 2 อาจเสียกำไรสะสม |
ทางเลือกเพิ่มเติมคือสูตร 1-3-2-6 ซึ่งยังคงเรียบง่ายพอสำหรับมือใหม่ โดยเดิมพัน 1 หน่วยก่อน หากชนะเพิ่มเป็น 3 หน่วย แล้วลดลงตามลำดับ วิธีนี้ช่วยรักษากำไรเมื่อคุณชนะต่อเนื่อง และไม่ทำให้คุณเสี่ยงมากเกินไปในรอบแรก
คำถามพบบ่อยที่นักเดิมพันมือใหม่สงสัย
มือใหม่หลายคนมักสงสัยว่า บาคาร่า คืออะไร เล่นยังไง ซึ่งจริงๆแล้วมันง่ายมาก แค่เลือกเดิมพันระหว่าง ฝั่งผู้เล่น หรือเจ้ามือ ว่าแต้มใครใกล้ 9 มากกว่ากัน แล้วรอดีลเลอร์เปิดไพ่ อีกคำถามฮิตคือ “ต้องอ่านสูตรหรือเค้าไพ่ไหม” ซึ่งไม่จำเป็นสำหรับผู้เริ่มต้น แค่เข้าใจกฎพื้นฐานก็พอ
ข้อควรจำคือ บาคาร่าไม่ได้วัดที่ความแม่นยำในการทาย แต่เป็นเกมที่พึ่งดวงเป็นหลัก อย่าหลงเชื่อว่ามีวิธีเอาชนะได้ทุกตา
สิ่งที่ควรทำคือกำหนดวงเงินเล่นในแต่ละวัน และยอมรับว่าการเสียเป็นเรื่องปกติ อย่าไล่ตามจำนวนเงินที่เสียไปเด็ดขาด เพราะนั่นคือจุดเริ่มต้นของปัญหา สำหรับมือใหม่ แนะนำให้ทดลองเล่นโหมดฟรีก่อนเพื่อทำความเข้าใจจังหวะของเกม
ไพ่ใบที่สามถูกแจกเมื่อใดและมีผลต่อเกมอย่างไร
ไพ่ใบที่สามถูกแจกโดยอัตโนมัติตามกฎตายตัว ไม่ใช่ตามดุลยพินิจของผู้เล่น โดยฝ่าย Player จะจั่วเมื่อแต้มรวม 0-5 และหยุดที่ 6-7 ส่วนฝ่าย Banker จะจั่วหรือหยุดขึ้นอยู่กับแต้มของตัวเองและไพ่ใบที่สามของ Player กฎนี้มีผลต่อเกมโดยตรงเพราะเป็นตัวกำหนดความน่าจะเป็นของผลลัพธ์ ทำให้นักเดิมพันต้องเข้าใจว่า การแจกไพ่ใบที่สามของบาคาร่า ไม่สามารถควบคุมได้ แต่ส่งผลต่ออัตราได้เปรียบของเจ้ามือ
ถาม: ไพ่ใบที่สามถูกแจกเมื่อใดและมีผลต่อเกมอย่างไร?
ตอบ: จะถูกแจกเมื่อ Player มีแต้ม 0-5 และ Banker มีแต้ม 0-2 หรือเมื่อแต้มของ Banker ตรงกับเงื่อนไขที่กำหนดโดยไพ่ใบที่สามของ Player ซึ่งจะเปลี่ยนแต้มรวมและตัดสินว่าฝ่ายใดชนะในตานั้น
ควรเลือกเดิมพันฝั่งใดเพื่อโอกาสชนะสูงสุดในระยะยาว
สำหรับโอกาสชนะสูงสุดในระยะยาว คำตอบสั้นๆคือควรเลือกเดิมพันฝั่งเจ้ามือ (Banker) เพราะมีอัตราเสียเปรียบเจ้ามือเพียง 1.06% เทียบกับฝั่งผู้เล่นที่ 1.24% แม้คุณจะต้องจ่ายคอมมิชชั่น 5% แต่ทางสถิติแล้ว เดิมพันฝั่งเจ้ามือในระยะยาวให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด หลีกเลี่ยงการเดิมพันเสมอ (Tie) ที่ถึงจะจ่ายสูงแต่ได้เปรียบเจ้ามือถึง 14.36% ทำให้โอกาสเสียเงินในระยะยาวสูงกว่ามาก เล่นฝั่งเจ้ามือเป็นหลักนี่ล่ะคือทางเลือกที่ฉลาดที่สุด